After Raining Ghost - 3
posted on 25 Jan 2008 22:52 by whitepaladin in Fiction3..
"นัท.. นัท.. ตื่นได้แล้วลูก แม่จะไปทำงานแล้วนะ เดี๋ยวสายรู้มั๊ย?"
น้ำเสียงที่ดังขึ้นแม้จะอ่อนหวานแต่ผมก็จับความรู้สึกไม่พึงพอใจได้ในน้ำเสียงของสตรีเจ้าของเสียง ผมจึงส่งเสียงอู้อี้ขึ้นเพื่อบอกให้รู้ว่าได้ยินเสียงแล้ว
"อืม.. งืม.. ครับบบบบ..."
เสียงพึมพำที่ลอดออกจากใต้ผ้าห่มผืนหนาทำให้คนเป็นแม่เริ่มชักอยากแกล้ง ‘กานดา' ยกมือขึ้นเท้าสะเอวแล้วเผยรอยยิ้มชั่วร้ายก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นเตรียมจู่โจมขั้นเด็ดขาด "ไม่ยอมตื่นใช่มั๊ยจ๊ะ?"
"งืมๆ .. ขออีกเดี๋ยวครับ..."
เมื่อได้ยินดังนั้นรอยยิ้มที่สุดน่ากลัวก็ผุดขึ้นบนใบหน้าที่ยังดูสาวของเธอ ผู้เป็นมารดาพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ ตัดสินใจใช้วิธีการรุนแรงขั้นสุดท้าย "ได้.. ถ้างั้นต้องเจอนี่.."
"ฮะ ฮ่ะ ฮ่ะๆๆๆๆ ตะ.. ตื่นแล้ว ครับ.. ตื่นแล้ววววว" ผมพยายามร้องบอกพร้อมกับเสียงหัวเราะแทบขาดใจ เมื่อแม่เล่นลงมือกับจุดอ่อน ..ก็เล่นจั๊กกะจี๋กันอย่างนี้ไม่ตื่นก็แย่แล้ว
"ตื่นจนได้สินะ.. งั้นแม่ไปก่อนนะจ๊ะวันนี้ต้องเข้าสำนักพิมพ์.. ก่อนไปดูบ้านให้เรียบร้อยด้วยล่ะ" กานดาว่าแล้วก็หันหลังกลับพร้อมกับหอบเอกสารปึกใหญ่ที่วางอยู่บนหัวเตียงเดินออกไปจากห้องนอนของผม ทิ้งให้คนเพิ่งตื่นนั่งหัวฟูทำหน้านิ่วอยู่กับกองผ้าห่มที่ลงไปกองกับพื้นตอนที่เผลอดิ้นพราดๆ หนีตอนที่ถูกจั๊กกะจี๋ ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ๆ ก่อนจะเอามือเกาหัวแกรกๆ "ยังนอนไม่อิ่มเลยแฮะ..."
เมื่อลุกขึ้นมานั่งสัปหงกได้สักพักหนึ่งก็รู้สึกตัว ผมส่ายหัวอย่างงุนงงเมื่อคว้านาฬิกาขึ้นมาดูแล้วพบว่าเข็มสั้นกำลังใกล้จะชี้เลข 8 อยู่รอมร่อ "ตายแน่.. สายชัวร์"
...
ผมวิ่ง.. วิ่ง.. แล้วก็วิ่งอย่างสุดชีวิต.. ไม่ใช่เพราะว่ามีสุนัขฝูงใหญ่ไล่ตามมาหรอกนะ แต่เพราะว่ามันสายแล้ว และขืนให้แม่รู้ว่านักเรียนดีเด่นอย่างผมไปโรงเรียนสายล่ะก็ ชีวาก็คงมอดม้วยด้วยกัณฑ์เทศน์ขนาดยาวแน่..
"เอ้า จะสายแล้วนะ......" เสียงผู้หญิงแว่วๆ ดังมาเข้าหู ผมหันซ้ายหันขวาก็ไม่เจอกับใคร หรือ อะไร..
ผมวิ่งต่อไป ประตูโรงเรียนอยู่ข้างหน้าแล้ว.. พร้อมกับ.. อาจารย์ฝ่ายปกครองวัยกลางคนร่างอ้วนท้วน ที่กำลังยืนหน้าเหี้ยมดูนาฬิกาด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง "เหลืออีก 10 วินาที.."
เฮ้ย ! เล่นงี้เลยเรอะ?
ผมแอบร้องจ๊ากๆ ดังๆ อยู่ในใจ ด้วยความที่ไม่เคยมาสายเลยไม่รู้ว่าการต้อนรับนักเรียนมาสายของที่นี่จะน่าดูอย่างนี้ ขืนสายไปซักวิเดียวคงมอดม้วยแน่
"...1 วินาที.." อาจารย์ฝ่ายปกครองขยับแว่นตาสีชา แล้วพูดเบาๆ ว่า "เกือบไปแล้วนะ.. ไปเข้าแถวสิ"
ระ.. รอดแล้ว..
ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะวิ่งตรงไปยังสถานที่เข้าแถว ซึ่งก็คือลานกว้างหน้าเสาธงที่บัดนี้มีนักเรียนยืนเรียงกันเป็นระเบียบ แต่ก็ดูแน่นขนัดจนน่าอึดอัดไปหมด
"ยังไม่ไปเข้าแถวอีก...... เดี๋ยวก็ซวยหรอก......" เสียงของเด็กสาวคนหนึ่งกระซิบบอกผมเบาๆ
"ขอบใจ.." ผมตอบขอบใจเจ้าของเสียงนั้น ก่อนจะเดินตรงไปยังที่แถว แต่ว่าเผอิญผมนึกขึ้นได้ว่า แถวที่ผมยืนมันไม่มีผู้หญิง!
ผมหันไปหาต้นเสียง แต่ก็ไม่เจอวี่แววของคนพูด "อีกแล้วเหรอ.. มันชักยังไงๆ แล้วสิ....."
...
กริ๊ง!!!!!!
เสียงออดสุดท้ายดังขึ้นเพื่อบอกว่าเวลาเรียนได้จบลงแล้ว ผมมองภาพของนักเรียนในชุดยูนิฟอร์มที่ส่วนใหญ่กำลังออกจากประตูโรงเรียน ก่อนจะหันมายิ้มให้กับกระเป๋าหนังใบเดิมแล้วยิ้มจางๆ ให้กับมัน แล้วคว้ามันขึ้นมาพาดไหล่
"...ฮิฮิ.." เสียงนั้นอีกแล้ว เสียงที่ได้ยินเมื่อเช้า เสียงที่แผ่วเบา แต่ก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
"เธอเป็นใครกัน?"
ผมถามออกไปเหมือนคนสิ้นคิด หากแต่เสียงรอบตัวกลับเงียบลง.. เงียบจนได้ยินเสียงสายลมพัดกรีดใบไม้ให้ไหวสั่น เสียงผู้คนรอบกายที่พูดคุยจ๊อกแจ๊กจอแจตลอดเวลากลับหายไปซะเฉยๆ ภาพทุกอย่างเหมือนกลายเป็นภาพขาวดำ สีสันรอบกายเหมือนจะระเหยออกไปโดยไม่มีใครรู้ตัว..
ซ่า!!!
ฝนห่าใหญ่อยู่ๆ ก็เทลงมาโดยไม่มีสัญญาณ เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นเมื่อต่างคนก็ต่างวิ่งวุ่นหาที่หลบฝน ผมยืนตัวแข็งอยู่เดียวดายกลางสายฝน น้ำฟ้าเย็นเฉียบกระทบร่างกายจนความเจ็บปวดเริ่มแทรกซึมผ่านทางอณูผิวหนังเข้าไปจนเสียดแทงถึงกระดูก "..."
นาทีเดียวกันที่ผมสัมผัสได้ถึงความอุ่นของน้ำตา
เหงา.. เหงา.. เหงา..
เวลาช่างโหดร้าย.. ทุกอย่างช่างโหดร้าย.. แค่อีกเพียงไม่กี่เดือน กับการเรียนจบชั้นมัธยมปลาย อีกไม่กี่เดือน เราก็ต้องแยกกันอยู่แล้ว ทำไมถึงรีบร้อนเอาเวลาของเธอไปด้วย?
"...นัท นายร้องไห้?"
ทั้งน้ำฝนและน้ำตาบดบังภาพข้างหน้าจนหมด แต่ผมยังคงได้ยิน เสียงนั้น.. เสียงของ.. ใครซักคน ในที่สุดภาพเบื้องหน้าของผมก็ดับวูบไปพร้อมกับเสียงร้องของใครบางคน..
"นัท!"
...
"อืม?"
ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกแสนหนักอึ้งที่กดทับบนร่างกาย และความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาพร้อมๆ กัน
ซ่า!
เสียงฝน ที่อยู่ๆ ก็ดังขึ้นพักหนึ่งแล้วก็เงียบลง นั้นปลุกให้ผมค่อยๆ ขยับเปลือกตาที่แสนหนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้า "ที่นี่มัน.."
"ก็โรงพยาบาลน่ะสิยะ.." เสียงอันคุ้นเคยบอกกับผมด้วยน้ำเสียงฉุนๆ พี่หญิงมายืนเท้าสะเอวจ้องมองผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ "พี่บอกแกแล้วไม่ใช่เหรอว่ามันไม่ดีต่อแผล แล้วแกยังไปทำเท่ยืนตากฝนเป็นพระเอกมิวสิคอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง.. นี่คิดจะเอายังไงกัน?"
"คระ.. ครึ่งชั่วโมง?" ผมทวนคำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
"ก็ใช่สิยะ ครึ่งชั่วโมง.. ถึงได้ฟุบจนถูกลากมานอนแกร่วอยู่ที่นี่อีกตั้งแต่เมื่อเย็นวาน" พยาบาลสาวถอนหายใจแล้วส่ายหน้า ก่อนที่จะยกถาดยาขึ้นมาเสือกให้ผมรับอย่างไม่ค่อยเข้าใจ "ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย.. นี่ยาแก้ไข้ แล้วก็ยาของแก กินๆ ไปซะจะได้หาย พี่ไม่อยากเจอแกบ่อยๆ นะ กลัวว่าเจอครั้งหน้าแกจะเป็นอะไรไปซะก่อน"
"คะ.. ครับ" ผมรับคำเสียงอ่อย
"งั้น.. พี่ไปนะ มีอะไรก็เรียกได้.. อืม.. จริงสิ เมื่อกี้น้ากานดามาเยี่ยมแกด้วย เอาของฝากมาวางไว้หัวเตียงนั่นน่ะ" พี่สาวพยาบาลว่าแล้วก็เดินออกจากห้องไป
หลังจากพี่หญิงออกไปแล้วผมมองที่ถาดยาแล้วก็เบ้หน้า "เกลียดจริง ไอ้ยาพวกนี้.."
"..นัท.. ขอโทษนะ"
"นะ.. นี่เธอ.. จริงๆ ด้วย?" ผมมองร่างที่นั่งอยู่ข้างเตียงแล้วก็เกิดอาการพูดไม่ออก เพราะว่านั่นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นร่างของเพื่อนสาวที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ศิรินดา ศิริวรรณลักษณ์
"นัท.. รินขอโทษ........."
เด็กสาวอยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน นั่งก้มหน้านิ่ง ดวงตาสีชาของเธอติดจะเศร้าๆ ทั้งที่ปกติเธอแทบจะไม่เคยเปลี่ยนสีหน้าไม่ว่าตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่น หรือตอนอยู่ด้วยกันสองคน "ริน.. ไม่น่าแกล้งเลย"
"ระ.. ริน.." ผมขยับปากพูดแต่ละคำออกไปด้วยความยากลำบาก ความรู้สึกมันปนเปกันไปหมด จะบอกว่าดีใจก็ดีใจ กลัวก็กลัว ตกใจก็ตกใจ
"เอ๋? นี่.. มองเห็นรินด้วยเหรอ?" เด็กสาวถามด้วยสีหน้าตื่นๆ ผมได้แต่พยักหน้ารับอย่างช้าๆ ด้วยความรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ
"...รินน่ะ.. เป็นวิญญาณนะ! แล้วนัทจะมองเห็นรินได้ยังไง........ ?!!"
--------------------------------------------------------------------



#1 By Pat (203.113.66.71) on 2008-01-25 23:32