After Raining Ghost - 4..
posted on 08 May 2008 10:29 by whitepaladin in Fiction4..
อากาศเย็น..
สายฝนของวสันต์กาลยังคงกระหน่ำเทลงมาอย่างหนักเช่นทุกวัน ฝ้าขาวที่เกิดจากไอน้ำในอากาศกระทบกับความเย็นจัดจับด้านในกระจกจนดูขุ่นมัว กลิ่นหอมเย็นๆ ของไอดินที่ถูกฝนพรมรดลงไปโชยมาต้องจมูก นิ้วชี้ลากไปตามกระจกที่ฝ้าเกาะหนาจนเป็นรูปวงหน้ายิ้ม ดวงตาสีเหล็กทอดมองไปยังนอกหน้าต่างเหม่อมองน้ำฝนราวกับจะปล่อยเวลาเนิ่นนานนี้ไปกับสิ่งที่ว่างเปล่า..
ลมหายใจอุ่นๆ ทอดถอนออกมา ดวงตาสีเข้มค่อยๆ หลุบลง ผมเอนตัวลงนอนบนเตียงที่ยังคงทิ้งไออุ่นของร่างกายคนเอาไว้ แขนขยับไม่สะดวกเพราะว่าถูกห่อไว้ด้วยเฝือกหนา ใบหน้าขาวติดจะแดงเพราะอาการไข้ ผมยังคงนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ทั้งที่เวลาก็ล่วงเข้าเช้าวันใหม่มาได้ซักครึ่งชั่วโมงแล้ว
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนอยู่ที่โรงพยาบาลยังคงค้างคาอยู่ในใจ เรื่อง.. ที่ยัยผีสาวเล่าให้ฟัง
“นัท.. รินมีเวลา 7 วัน.. 7 วันที่จะอยู่ต่อเพื่อทำบางอย่างที่ค้างคาใจให้เสร็จ..”
เสียงเรียบๆ ของผีสาวลอยขึ้นในหัวพร้อมกับใบหน้านิ่งๆ ที่เจ้าตัวตั้งใจปั้นเต็มที่ เช่นเดียวกับที่ทำเป็นปกติ
“แต่ว่า.. รินอยากให้ช่วย..”
พอพูดถึงตรงนี้ยัยผีสาวก็เริ่มหลบตา ก้มหน้างุด แล้วก็เงียบไปอีกพักใหญ่ๆ
“หึ..” พอเห็นใบหน้านั้นก็อดจะหลุดขำไม่ได้ ทั้งๆ ที่รู้ก็เถอะว่าอีกฝ่ายเป็นผี พลิกตัวอีกทีก็หันมาเห็นฝนเริ่มซาเม็ดลงแล้ว เหลือบไปมองนาฬิกาอีกทีก็เกือบตี 1 สุดท้ายจึงตัดสินใจคว้าผ้าห่มมาคลุม ปิดไฟแล้วหลับตาลงนอน แม้ว่ามันจะกินเวลาอีกสักพักกว่าจะหลับลงก็เถอะ..
...
“นัท... ตื่นขึ้นเดี๋ยวนึงก่อน.. ลูกต้องกินยานะ” แม่ปลุกให้กินยาตอนช่วงสายๆ ซึ่งผมก็ตอบกลับไปด้วยเสียงอู้อี้ใต้ผ้าห่มเช่นเดียวกับที่ทำบ่อยๆ เวลาโดนปลุก
“นัท..” คุณแม่กานดาเท้าสะเอวเหมือนทุกที ก่อนที่คราวนี้จะลงมือกระชากผ้าห่มออกแล้วดึงแขนผมให้ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางที่ยังสะโหลสะเหล เห็นดังนั้นแม่จึงส่งยิ้มหวานเพชฌฆาตแบบที่แฝงความหมายว่า ‘ถ้าขัดใจล่ะก็เห็นดีกัน’ ให้ จากนั้นก็ยื่นถาดใส่ยาเม็ดหลากสีที่ดูแล้วท่าทางขมสุดแสนบรรยายมาให้พร้อมกับแก้วน้ำเปล่า “กินยาจ้ะ”
ผมรับถาดยาเล็กๆ นั้นมาถือไว้อย่างว่าง่าย (ก็ขืนลองโวยวายดูสิ ได้โดนแม่จับกรอกแน่) จากนั้นจึงใช้สายตาพิจารณามันอยู่ครู่หนึ่ง จนแม่เริ่มยิ้มหวาน “จะจ้องให้มันระเหยหายไปรึไงจ๊ะ?”
เฮือก!
ผมสะดุ้งสุดตัวรีบกระเดือกยาเข้าปาก ซดน้ำตามจนหมดแก้ว แล้วจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ..เฮ้อ!
“เดี๋ยววันนี้แม่ต้องเข้าสำนักพิมพ์อีกนะ.. ถ้านัทจะไม่ไปโรงเรียนก็ไม่เป็นไร ยังไม่ค่อยสบายอยู่ใช่มั๊ยจ๊ะ” ว่าแล้วแม่ก็เอาหลังมือมาแตะที่หน้าผากของผมอย่างอ่อนโยน “อืม.. รู้สึกว่ายังมีไข้นิดๆ”
แล้วแม่ก็เปิดประตูห้องเดินออกไปครู่หนึ่ง ผมมองตามด้วยลางสังหรณ์แปลกๆ แล้วเธอก็กลับมาพร้อมกับซองยาที่เขียนกำกับไว้ว่า ยาลดไข้ “กลางวันอย่าลืมกินยานี่ด้วยล่ะ อ้อ.. ถ้าเบื่อ ก็ช่วยตรวจหนังสือให้แม่หน่อยนะ วางอยู่ที่โต๊ะทำงานแม่เหมือนเดิม แล้วตอนเย็นจะซื้อของชอบของนัทมาฝากจ้ะ”
“คร้าบ~~~” ผมลากเสียงยาวจนโดนตีมือด้วยความหมั่นไส้ทีนึง
“งั้นแม่ไปนะ” กานดายิ้มขำๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป คงจะไปเอาของที่เตรียมไว้ที่โต๊ะทำงานก่อน เมื่อแม่ออกไปแล้วผมก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้งแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เฮ้อ.. ง่วงจัง”
ว่าแล้วก็ปรือตาลงช้าๆ เตรียมเข้าเฝ้าพระอินทร์ต่อเป็นรอบที่สอง..
...
“อืม..”
รู้สึกตัวงัวเงียตื่นขึ้นมาอีกทีก็บ่ายคล้อย เพราะฤทธิ์ของยาลดไข้ที่แสนเกลียด จะว่าไปผมก็เกลียดยาแทบทุกชนิดนั่นแหละ ยกเว้นยาคูล์ หรือไม่ก็ยามาฮ่าอะไรทำนองนั้น ซึ่งมันก็ไม่เกี่ยวกันเลยกับยารักษาโรคแผนไหนๆ
อึดอัด..
หายใจไม่ออก..
นี่เป็นอาการประจำของคนที่มีหวัดเป็นเพื่อนสนิทที่แวะเวียนมาหากันแทบจะทุกอาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ไม่ว่าจะฝนปรอยๆ หรือจะเป็นฝนไล่ช้างก็มักพาเจ้าเพื่อนคนนี้(?)มาทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นอย่าไรรู้สึกจะว่าชอบคบหากับผมจริงๆ
แต่ว่า.. ทำไมความรู้สึกมันไม่เหมือนอาการอึดอัดตอนไม่สบาย? มันเหมือน.. กำลังมีคนมานั่งทับหน้าอกอยู่!
ฝืนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แต่ก็สำเร็จในที่สุด ภาพร่างเงาตะคุ่มๆ ของใครซักคนนั่งทับอยู่บนหน้าอกของผมสะท้อนในดวงตาสีเหล็ก อา.. นี่ล่ะมั้งที่เค้าเรียกว่าผีอำ..
“อึก..”
เสียงครางเบาๆ รอดออกจากไรฟัน ทำให้ร่างเงาตะคุ่มๆ ที่ใช้ร่างผมต่างหมอนรองนั่งเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ เชื่องช้าจนหัวใจคนขวัญอ่อนหลายๆ คนรวมทั้งตัวผมเกือบหยุดเต้น
เมื่อร่างนั้นเงยหน้าขึ้นมาเต็มที่ก็ปรากฏ ดวงตาสีชาที่เบิกโพลง!
“ว่าไง.. ตื่นแล้วสิ..”
น้ำเสียงเรียบเย็นของวิญญาณนั้นไม่ได้ทำให้ตกใจกลัว กลับกันผมกัดฟันกรอด พยายามเค้นเสียงพูดประโยคที่อยากจะตะโกนใส่หูยัยผีโรคจิตที่กำลังนั่งท่าก้ำๆ กึ่งๆ ที่พอจะเรียกว่าเซ็กซี่ได้บ้างบนตัวผมจริงๆ “..เธอ ..ขึ้นไปทำ(ซาก)อะไรบนนั้น.. หา!”
ผีสาวก้มหน้าลงมาแล้วยันศอกเท้าลงบนแก้มของผู้เคราะห์ร้ายอย่างผมแล้วทำท่าเท้าคาง เธอยิ้มนิดๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “..ผีอำไง..”
(อันนั้นรู้อยู่แล้วโว้ยแม่คุณ!)
อยากจะตอบไปอย่างนี้จริงๆ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ปั้นหน้าหงิกจ้องผีสาวข้างบนตัวด้วยสายตาไม่พอใจ
“ก็ไม่เคยทำ แล้วทีนี้พอทำได้ก็เลยอยากลองทำดู.. ก็เท่านั้น แล้วก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกดีอะไรเป็นพิเศษด้วย”
เหตุผลที่หลุดออกมาจากปากเจ้าหล่อนนั้นยิ่งทำให้อารมณ์ที่เสียอยู่แล้วบูดสนิท ถ้าไม่เห็นว่าเป็นผีนะ.. จะ.. จะ.. จะทำอะไรผู้หญิงคน(?)นี้ได้.. เถียงกับเจ้าหล่อนกี่ทีก็แพ้ตลอด สุดท้ายจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างปลงอนิจจัง แล้วเตรียมอัญเชิญผีสาวลงจากตัว “แล้วนี่คุณผู้หญิงจะลงจากตัวผมได้รึยังครับเนี่ย... ฮึ?”
“ลง.. ก็ได้” เสียงตอบดังจากใบหน้าที่เรียบเฉยราวใส่หน้ากากเช่นดังวันเก่าก่อน “แต่อย่าลืมว่า.. รับปากอะไรกับรินไว้... ถ้าผิดสัญญาคราวหน้าจะเล่นงานอีก... นะ..”
เจริญพรครับคุณผู้หญิง.. นี่กลายเป็นว่าผมต้องมาตกกระไดพลอยโจนเข้ากับยัยผีรายนี้จนได้อีกสิน่า ไม่ว่ายังไง เธอคนนี้ก็ยังเป็นผู้หญิงที่ผมแพ้ทางมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากคุณแม่อยู่ดี.. เฮ้อ..
--------------------------------------------------------------------
<<ตอนก่อนหน้า ไปหน้าสารบัญ ตอนถัดไป>>



พล็อตเรื่องสนุกนะ
จาวาดเปงการ์ตูนมะอ้ะ
อิอิ ชอบจัง
#1 By killuar on 2008-05-11 13:41